หาก รถรับจ้าง คุุณมีอาการเหล่านี้แสดงว่า แบตเตอรี่เสื่อม

หาก รถรับจ้าง คุุณมีอาการเหล่านี้แสดงว่า แบตเตอรี่เสื่อม อาการสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติดอาจมาจากหลายสาเหตุทั้งในเรื่องอาการเสื่อมของ ไดสตาร์ท, ปั๊มติ๊ก (ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง) ไดชาร์จ และการเสื่อมของ เเบตเตอรี่ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ติดเช่นกัน ฉะนั้นหากรถของคุณมีอาการสตาร์ทติดยากลองปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ดู ในกรณีที่ ไดชาร์ทยังไม่เสีย

1.เปิดฝากระโปรงแล้วลองใช้มือขยับหรือหมุนขั้วแบตเตอรี่ทั้ง 2 ข้างดูให้แน่นหรือไม้ หากขั้ว แบตเตอรี่ หลวมให้ขันขั้วแบตเตอรี่ให้แน่น และลองสังเกตดูว่าที่ขั้ว แบตเตอรี่ มีคราบขี้เกลือเกาะอยู่ทั้ง 2ข้างหรือไม่ เพราะขี้เกลือเกาะมากเกินไปจะทำให้กระแสไฟเดินไม่สะดวก หากมีให้ใช้น้ำร้อนราดขั้วแบตเตอรี่ ที่มีขี้เกลือเกาะอยู่ จากนั้นทาด้วยจาระบี

2.ลองเปิดไฟหน้ารถในเวลากลางคืนสังเกตุดูว่าความสว่างของไฟหน้าลดลงจากเดิมหรือไม่ หากไฟหน้าลดลงความสว่างไม่เต็มที่เหมือนเดิมให้สันนิฐานไว้ก่อนเลยว่า แบตเตอรี่ รถเริ่มเสื่อม แต่หากไฟหน้ารถยังสว่างเหมือนปกติเเต่สตาร์ทติดยาก ลองทำตามวิธีต่อไป

3.บิดกุญแจรถไปที่ On ลองทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมดในตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นไฟเลี้ยว, เปิดแอร์เร่งแรงสุด, เปิดวิทยุ หากระบบเหล่านี้ในรถทำงานผิดปกติจากเดิมสันนิฐานไว้ก่อนว่าน่าจะมาจากอาการเเบตเตอรี่เสื่อม หรือเปิดกระจกไฟฟ้าลงและขึ้นทั้ง 2 ข้าง พร้อมๆกันแล้วสังเกตุดูว่ากระจกเลื่อนขึ้นลงแบบหนืดหรือไม่

อะไรบ้างที่ทำให้ แบตเตอรี่รถยนต์ เสื่อมสภาพ

แบตเตอรี่รถยนต์ เป็นอุปกรณ์หลักสำหรับระบบไฟฟ้าในรถยนต์ ที่มีหน้าที่สำรองไฟและเป็นตัวป้อนกระแสไฟฟ้าให้ระบบต่างๆ ของรถยนต์ แต่ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ลูกหนึ่งจะอยู่ประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้นแต่ไม่เกิน 2 ปี แต่ก็มักจะมีหลายเหตุผลที่ทำให้ แบตเตอรี่รถยนต์ มีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าปกติ แล้วที่แบตเตอรี่มีอายุสั้นเร็วกว่าปกติ หรือเสื่อมสภาพเร็วกกว่าปกตินั้นเกิดจากสาเหตุบ้าง วันนี้เราไปหาคำตอบกัน

1. มีสิ่งที่ปนเปื้อนในน้ำกลั่น ซึ่งจะทำให้เกิดแบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่ เพราะเนื่องจากเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้น ควรเลือกน้ำกลั่นที่ได้รับการรับรองและมีคุณภาพ รวมไปถึง เมื่อเปิดจุกเติมน้ำกลั่นควรต้องทำความสะอาดตัวของแบตเตอรี่เสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะมีฝุ่นละออง หรือคราบน้ำมันเข้าไปปะปน

2. การประจุไฟฟ้าเข้าไปยังแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ ซึ่งสาเหตุเกิดจากไดชาร์จที่เสื่อมสภาพนั่นเอง นอกจากนี้ก็ต้องตรวจเช็คที่สายพานด้วยว่าหย่อนหรือตึงเกินไปหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานโดยตรงของไดชาร์จด้วยเช่นกัน

3. เกิดลัดวงจรที่ภายในแบตเตอรี่

4. เกิดจากไฟรั่ว ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมสภาพ หรือหมดเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจจะเกิดการติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียง หรือระบบกันขโมย ที่มีการตัดต่อสายไฟที่เกิดขึ้น แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดจากความบกพร่องของช่างที่ทำให้ไฟรั่วได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการอยากจะให้ แบตเตอรี่รถยนต์ ใช้งานได้อีกยาวนาน ควรที่จะต้องหมั่นตรวจเช็คระดับน้ำกลั่นอยู่สม่ำเสมอ (โดยเฉพาะแบตเตอรี่เปียก) โดยต้องใช้น้ำกลั่นที่มีคุณภาพเท่านั้น เพื่อรักษาระดับความเข้มข้นของน้ำกรดให้คงที่ ควรให้อยู่สูงกว่าแผ่นธาตุประมาณ 1 เซนติเมตร และควรหมั่นทำความสะอาดบริเวณขั้วแบตเตอรี่ เพราะคราบเกลือที่เกาะอยู่ที่ขั้วจะทำให้กระแสไฟฟ้าเดินไม่สะดวก ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าอื่นๆ ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่และไม่ได้ประสิทธิภาพ และสิ่งสุดท้ายคือควรตรวจเช็คความตึงของสายพานไดชาร์จ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม